คนไหนจะตกชั้นในขณะนี้ระหว่าง ซันเดอร์แลนด์, มิดเดิลส์โบรช์, สวอนซี, ฮัลล์ สิตี้, คริสตัล พาเลส
แต้มต่ำสุด 20 และสูงสุดในกลุ่มนี้คือ 31 และแต้มเฉลี่ยไม่ตกชั้นเอาแบบชัวร์ๆคือ 40 แต่ว่าบางปี 38 แต้มก็รอด และบางปี 40 ก็ตกชั้นในขณะนี้สองทีมที่ถูกหมายหัวเอาไว้เแล้วคือทีมจากแถบอีสาน คลาสสิคของอังกฤษ ซันเดอร์แลนด์ 20 และ มิดเดิลส์โบรช์ 24 แต้ม ในช่วงเวลาที่สวอนซี 28 แต้ม ฮัลล์ อันดับ 17 ไม่ตกชั้นอยู่ที่ 30 และ คริสตัล พาเลส 31 แต้ม
ที่แตกต่างกันคือจำนวนนัดที่แตกต่างกัน แต้มในมือที่อาจจะมีผล โดย ฮัลล์ และ สวอนซี นั้นเตะไป 32 นัดแล้ว ส่วนทีมอื่นๆยังมีแต้มในมือทั้ง ซันเดอร์แลนด์, โบโร, พาเลส ที่ไม่รู้ดีว่าฮึดสู้อาร์เซนอลได้ดีขนาดไหน ทั้งสามทีมนี้มี 3 แต้มที่ได้ลุ้น และทั้ง5 ทีมนี้แหละนะครับที่จะรอด 2 ตก 3
ถ้าหากถามหัวใจแฟนบอล…ซันเดอร์แลนด์ ของเดวิด มอยส์ โดนถูกกาชื่อเป็นทีมแรก ในช่วงเวลาที่ โบโร เพื่อนพ้องร่วมท้องถิ่นนั้นก็ไม่ต่างกันปัญหาของทีมตกชั้นมีคล้ายกันคือ "เกมรุก" และการยิงประตู
ซันเดอร์แลนด์มองดีมากยิ่งกว่าโบโร เพราะว่ามีดาวยิงระดับ เจอร์เมน เดโฟ ในช่วงเวลาที่ โบโร ไม่มีดาวยิงที่ฝากความปรารถนาเอาไว้ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวตัวเลขทำแต้มแมวดำ ดีมากยิ่งกว่า เดอะ โบโร แต่ว่าแต้มตาม เพราะว่าเกมรับห่วยแตกกว่า
ซันเดอร์แลนด์ ยิงไป 308 ครั้ง ชนะ 5 เกมในลีก เดอะ โบโร ยิงไป 287 ครั้งชนะแค่ 4 จากทั้งปวง 31 นัดที่ลงสู่สนาม เพียงแค่แต้มของโบโรมากกว่าจากผลเสมอ ในช่วงเวลาที่ ซันเดอร์แลนด์ แพ้ซะเยอะปัจจุบันแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 ส่อแวว บ๊ายบายพรีเมียร์ลีกเป็นทีมแรก
แต้มหยุดที่ 20 แถมเดวิด มอยส์ เจ้าของฉายา The Chosen One จากแฟนผีเมื่อครั้งรับงานคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากการแนะนำของ เซอร์ อเลกส์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 2013
ถ้าหากเป็นสตาร์ วอร์ส "คนที่ถูกเลือก" คืออนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ซึ่งท้ายที่สุดก็เป็นระเบียบเรียบร้อยเปลี่ยนเป็นพวกด้านมืดไป แต่ว่าสำหรับ เดวิด มอยส์ นั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการรับมือกับความกดดันในทีมใหญ่ถึงวันนี้วิธีการทำทีมเล็กของเขาก็มีปัญหาเหมือนกัน
ผลงานของเขาเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ถูกสังคมบอลคิดว่า เดวิด มอยส์ จะกอบกู้ความโด่งดังกลับมาได้ยังไง อีกทั้งถ้าหากแมวดำตกชั้นเขาคงจะโดนปลดออกจากตำแหน่งอย่างไม่ต้องสงสัย
ดูเหมือนสถานะการณ์ในขณะนี้ไม่เป็นใจให้ มอยส์ พาทีมซันเดอร์แลนด์รอดพ้นการตกชั้น แถมปัจจุบันยังมีปัญหากับสื่อมวลชนอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสื่อคุณผู้หญิง ในช่วงกลางเดือนมีนาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
ข้างหลังเกมกับเบิร์นลีย์ มีนักข่าวสาวจากบีบีซี วิคกี้ สปาร์คส์ สัมภาษณ์ เรื่องที่ว่าเขาจะโดน เอลลิส ชอร์ต ประธานสมาพันธ์ซันเดอร์แลนด์กดดันการทำงานไหม ซึ่ง มอยส์ สติหลุดเผลอพูดไปว่าถามอย่างนี้ อย่าว่าแต่ว่าเป็นสตรีเลย เพศชายก็โดนตบได้คราวหลังมาสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ระวังเนื้อระวังตัวไว้ด้วย
อยู่ดีไม่ว่าดี…แต่ว่ารู้เรื่องว่าสถานะการณ์มันกดดันและเครียดเอามากๆทำให้ มอยส์ หลุดควบคุมตัวเองไม่ได้ ไปว่ากล่าวนักข่าวสาวบีบีซี และในขณะนี้สัมพันธ์บอลอังกฤษ กำลังตระเตรียมสอบปากคำและลงอาญา โดนแน่นอนนะครับ ไม่รอดหรอก ยิ่งเล่นกับสื่อและเป็นสตรีด้วย
อย่างที่ทราบนะครับในอังกฤษนั้นทั้งแบ่งผิว เหยียดเพศคือสิ่งเป็นที่ยอมรับไม่ได้ไพเราะสังคมของพวกเขา ผิว, เพศ มีความเสมอภาคกัน ไม่มีแบ่งแยก การที่ มอยส์ เผลอปากอย่างนี้ ตระเตรียมโดนลงอาญาได้ขึ้นอยู่กับว่าแบบไหนนี่ก็เกิดเรื่องที่ทำให้ เดวิด มอยส์ หรือ "คนที่ถูกเลือก" ตกอยู่ในระยะเวลาเหนื่อยยากที่สุดในชีวิตการทำงานแล้ว

ถ้าหากดูเฉพาะผลงานของซันเดอร์แลนด์ล้วนๆมอยส์ มีปัญหาเรื่องการจัดระบบเกมรับ ทั้งๆที่เกมรุกของพวกเขาพอจะฝากความเชื่อใจเอาไว้ได้บ้าง แต่ว่าเกมรับกลับทำให้ทีมของเค้าตกมาอยู่ในสถานะการณ์แบบนี้
ความพ่ายแพ้ปัจจุบันต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือนัดที่ 21 ของซีซั่นจาก 31 นัดที่ลงสู่สนาม แล้วจังหวะไม่เป็นใจเมื่อเกมรุกดันมาฝืดในตอนสำคัญของฤดูกาล นี่ไม่ยิงประตูคนไหนมา 11 ชั่วโมง 15 นาที
ว่ากันว่า…มีการคาดคะเนการตกชั้นของซันเดอร์แลนด์ นั้นกรอบเวลาอยู่ที่ 26 เม.ย. ซึ่งตอนนั้นจะเหลือ 5 เกม ที่คงไม่มีผลอะไรกับ 15 แต้ม ที่ต้องชนะรวด เพราะว่าอาจโดนทิ้งจากอันดับที่ 17 ประมาณ 15 แต้ม
ในขณะนี้ก็ 10 แต้ม….ถ้าหากแพ้อีกสองนัดต่อจากนี้ไป จบเลย เดวิด มอยส์ ลองดูผลงานของ "คนที่ถูกเลือก" กันสักนิดหน่อยนะครับหลังจากแพ้แมนฯยุยงไนเต็ด ทีมเก่าของเขาตัวเลขการทำแต้มของแมวดำ 11 ชั่วโมงกว่าๆนั้นมาจาก 7 เกมที่ยิงคนไหนไม่ได้สม่ำเสมอ พอยิงคนไหนไม่ได้ก็ลุ้นแค่เสมอและแพ้ นี่คือตัวเลขที่ไม่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกต่อจากคริสตัล พาเลส เมื่อซีซั่น 1994-95 ซึ่งยิงคนไหนไม่ได้ 9 นัดติดต่อกันซันเดอร์แลนด์ในขณะนี้ทำสถิติพอๆกับดาร์บี้ 2007-08 และ อิปสวิช ทาวน์ 1994-95 ที่ยิงคนไหนไม่ได้ 7 นัดติดต่อกัน
ที่น่าตกใจคือ….จำนวน 11 ชม 15นาที หรือ 675 นาทีที่ไม่ยิงคนไหนเลย มีการบันทึกสถิติว่าพวกเขาสร้างโอกาสยิงประตูไป 79 ครั้ง ซึ่งน้อยมากๆและจาก 308 ครั้งที่ยิงประตูใน 31 นัด นั้นยิงเข้ากรอบ 92 เป็นประตูแค่ 24 ลูก
แม้มี เจอร์เมน เดโฟ ที่ยิงประตูได้เยอะที่สุดในทีม แต่ว่าการทำแต้มของพวกเขาคือปัญหาที่ตามที่เป็นจริง จาก 24 ประตูที่ทำเป็น พวกเขายิงในเขต 22 ลูก และนอกเขต 2 นอกเหนือจากนี้ไม่มีอะไรไปกดดันคู่แข่งได้ ทั้งลูกโหม่ง ทำแต้ม ทีเด็ดจากลูกตั้งเตะ ซันเดอร์แลนด์ ทำไม่ได้เลย
ปัญหาของ เดวิด มอยส์ ในปีนี้ก็เลยเกิดเรื่องการยิงประตู และมันคือผลงานที่กระจ่างที่สุดในการเตรียมการลงสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพ พร้อมๆกับโบโร ที่ตัวเลขการทำแต้มก็น้อยมากเหมือนกัน เพียงแค่ โบโร รับแน่นแฟ้นกว่า เสมอ 0-0 และแพ้ 1-0 หลายเกม
ถ้าหากมองสูตรการจัดตัวของ มอยส์ ในระบบ 4-4-2 บ้าง 4-3-2-1 บ้าง การโจมตีคู่แข่งมีปัญหาอย่างที่ตัวเลขได้ออกมาให้พวกเราเห็นกัน ลูกโหม่งที่ขาดหายไปคือ…ลูกนิ่งทั้งเตะมุม ฟรีคิก ไม่กดดันคู่แข่ง เช่นเดียวกันกับการครอสข้างๆที่ไม่ได้ทำให้ประตูจากลูกโหม่งหนทางการทำแต้มลีบไปหนึ่ง
จะเป็นทีมที่ย้ำเกมโต้กลับ มันก็ใช่นะครับ เพราะว่าซันเดอร์แลนด์คงบุกสู้คนไหนต้องการ วางแทกติเตียนกแบบเกมรับล้วนๆเพื่อเล่นส่วนกลับ แต่ว่าพวกเขากลับไม่ได้ประตูจากแทกติเตียนกนี้เลย โอกาสในการได้ประตูก็หายไปอีก
ทั้งๆที่จะว่าไปจุดแข็งของพวกเขาคือการได้ยิงในเขตโทษถึง 17 จากโอเพ่น เพลย์ ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งเล่นพลาดเอง ซึ่งเคยได้มา 2 จากการเสสมอลิเวอร์พูล แต่ว่าพอการโจมตีแบบอื่นๆขาดหายไป มันก็พอๆกับปิดโอกาสชนะทันทีถ้าหากจะว่าถามคำถามว่าคนไหนเล่นยอดเยี่ยมในทีมซันเดอร์แลนด์?
มี 2 คนทั้งซีซั่นคือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตู กับ เจอร์เมน เดโฟ ดาวยิง 14 ประตู ที่เหมายิงเกินครึ่งเดียวของจำนวนประตูที่ซันเดอร์แลนด์?ทำเป็น โน่นพอๆกับพึ่งเขาผู้เดียวโดยที่บุคคลอื่นยิงไม่ค่อยได้และไม่มีส่วนร่วมกับประตู
พิคฟอร์ด เสียไป 37 จากการที่เขาลงเล่น 21 นัด ส่วนอีก 19 ลูกเป็น มานโนเน โดย พิคฟอร์ด นายประตูดาวรุ่งเด็กสร้างของแมวดำ เซฟได้ถึง 108 ครั้ง เป็นอันดับสองรองจาก ทอม ฮีตัน นายประตูของเบิร์นลีย์ 120ครั้งนี่คือนักฟุตบอลที่มีผลงานยอดเยี่ยมของซันเดอร์แลนด์ตลอด 31 นัดก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ถ้าหากวัดผลงานนับจาก เดวิด มอยส์ คุมทีมตั้งแต่ก.ค. ปีที่แล้ว เขาคือตัวเลือกที่เหมาะสมแน่ๆสำหรับการนำซันเดอร์แลนด์ให้มีผลงานที่เยี่ยมกว่าการมาดิ้นรนเพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีกแต่ว่าเขากับพาซันเดอร์แลนด์ อยู่ในโซนตกชั้น 216 วัน ก็เกือบจะทั้งฤดูกาลและกำลังจะตกชั้นปัญหาของ มอยส์ เป็นอย่างไรกันแน่
ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเขื่อว่าเพราะว่าเขาขาดความมั่นใจและความเชื่อมั่นในการทำงานนับจากเอาความโด่งดังไปทิ้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาไม่ควรคุมทีมใหญ่ ไม่ควรเชื่อมั่น ในการรับงาน แต่ว่าเชื่อเถอะว่า คราวหนึ่งในชีวิตคนไหนบ้างไม่อยากคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันผ่านผลงานไปแล้ว…และการไปคุมทีมในลา ลีกา จนกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกรอบ มอยส์ ได้อะไรกลับมาบ้าง
ส่วนหนึ่งส่วนใดที่น่าสนใจและอาจเป็นปมที่ มอยส์ พยายามกระแทกไปถึงเจ้าของทีม เอลลิส ชอร์ต ที่ไม่ทุ่มเทอะไรเลยนักฟุตบอลใหม่ก็เกือบจะไม่มีผู้ใดถูกดึงมาร่วมทีม เขาต้องใช้นักฟุตบอลที่มีอยู่ และที่น่าทึ่งคือเขาก็นำเด็ก อะเคเดมี ซันเดอร์แลนด์ มาใช้งานนั่นแหละ
จอร์แดน พิคฟอร์ด, ลินเดน ข้าช, หน้าจอร์ช โฮนีแมน, ดันแคน วัตมอร์ นี่ต่ำกว่า 23 ปี โดยมี แพดดี้ แมคแนร์ และเด็กเก่าของเขาจากโรงแสดงละครคือ อัดนาน ยานาซาย มาปฏิบัติงานด้วย
เขาเคยให้สัมภาษณ์เมื่อหลายเดือนที่แล้ว ในลักษณะที่กล่าวถึงเจ้าของทีมและแฟนบอลเองก็ไม่ปลื้มเมื่อเขาบอกว่า "บอกไว้ก่อนเลยเราจำเป็นต้องลุ้นให้รอดพ้นการตกชั้น" นี่คือการส่งสัญญาณให้รู้เลยว่าทีมซันเดอร์แลนด์ ไม่ลงทุน ไม่ทุ่มเท ด้วยเหตุผลดังกล่าวพวกเขากำลังจะได้ในความจำเป็นลงไปเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ
เดวิด มอยส์ อาจมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้จัดการทีม….แต่ว่าสมาพันธ์ก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยในฐานะที่ ไม่ช่วยเหลือ หรือลงทุนซื้อนักฟุตบอลฝีเท้่าดีมากยิ่งกว่าที่เป็นอยู่มาเสริมทีม และทำให้ทีมอดทนในศักยภาพมากพอที่จะอยู่รอดอนาคตของ เดวิด มอยส์ในจุดนี้ตกต่ำสุดๆ