สเปอร์ส ดวล สิงห์

รอบ ซาเวจ อดีตกาลนักฟุตบอลดังที่เป็นผู้วิเคราะห์เกมของสำนักบีบีซีพูดว่า ''ยกแชมป์ให้เชลซีได้เลย'' ส่วน เมาริสิโอ โปเช็ตว่ากล่าวโน พูดก่อนรับมือสิงโตน้ำเงินคราม ที่ชนะรวด 13 นัดหมายว่า ทั่วทั้งโลกต้องการให้ไก่ชนะเชลซี
ประโยคข้างหลังคือความจริงกว่าประโยคแรกของซาเวจ
เพิ่งจะ 19 นัดหมายยังคงยกแชมป์ให้คนใดกันไม่ได้ กลางทางเอง อย่าเร่งรีบ มีอะไรให้เจออีกเยอะ แต่ว่าที่แน่นอนเชลซีคือกลุ่มที่ดีสุด สมดุลสุด พร้อมสำหรับการครองแชมป์สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มนำทั้งสิ้น
ลิเวอร์พูลพลาดเสมอซันเดอร์แลนด์ ท่ามกลางปัญหาให้ขบคิดทั้งเรื่อง "ฟิตเนส" และก็ สไตล์ การเล่น ที่คงจะเพรสวิง วิ่ง พลัง ทั้งซีซั่นไม่ได้ อันนี้คงจะเป็นความจริงสำหรับฟุตบอล นัดหมายปัจจุบันก็มองเห็นแล้วว่า ภาวะล้าๆของเด็กหงส์ มันมีผลในเกม
การขาดตัวหลักไปเดือนหนึ่งและก็กลุ่มที่เจ็บซ้ำซากอย่าง สเตอร์ริดจ์ จะยังไง
แมนฯ ซิตี้ ดีขึ้นขึ้นมา…ส่วนอาร์เซน่อลรอดูผลว่าจะฉวยโอกาสได้ดิบได้ดีแค่ไหน แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ได้เริ่ดและก็เปรี้ยงปร้างมากแค่ไหน ลักษณะคล้ายหงส์แดง ดีแต่ยังไม่สุด เช่นเดียวกันกับสเปอร์ส ชอบแพ้เกมใหญ่
เกมสำคัญ เกมที่จะพบกับเชลซี เป็นอีกหนึ่งเกมที่วัดหัวจิตหัวใจนักฟุตบอลไก่มากยิ่งกว่า "สไตล์" และก็ "แท็กติก" โปเช็ตว่ากล่าวโน่ ถึงกับพูดว่า "แท็กติกไม่มีความสำคัญ" มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเล่นกับบอลอย่างไร คุณมีจิตใจที่เก่งมากแค่ไหนในการพบกับคู่ปรปักษ์แต่ละกลุ่ม
แท็กติกที่เลิศหรูหากใช้กับบอลไม่เป็น มันไม่ส่งผลให้เกิดข้อสรุปตรงผลแข่งขัน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะรวด 6 นัดหมายในลีกด้วยฟอร์มการเล่นป้อมปราการคงจะ นิ่ง และไม่ตระหนก ที่สำคัญอย่างที่ผมได้วิเคราะห์ไว้ใน beIN SPORTS ทรู676 ว่าคุณลักษณะเด่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้และก็ใกล้เคียงกับเชลซี บางทีอาจเป็นรองบางส่วนคือ การยิงประตู
ทีเด็ดเลยครับผม ไม่ต้องมากจังหวะ สร้างโอกาสอะไรเยอะมาก ขอเพียงมีโอกาส จบให้ได้ ยิงให้เข้า ใช้ลูกแมงป่องยิงยังเข้า…นี่คือทีเด็ด ส่วนรูปเกมแน่ๆมันจำต้องเริ่ด พลาดยาก เสียยาก และก็เป็นเกมที่ดูออกมาคอนโทรลคู่ปรปักษ์
วันนี้พวกเขาบางทีอาจจะตามหลังเชลซี 10 แต้ม และก็ถ้าเชลซีพลาดแพ้สเปอร์ส ในกลางอาทิตย์ ผมว่า 10 แต้มไม่ห่างเกินไปที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะไล่ขึ้นมากลับมาประจำในตำแหน่งเต็งสอง ผู้ท้าชิงแทนบรรดากลุ่มด้านบนได้เหมือนก่อนเปิดซีซั่นที่ทุกคนมุ่งมาดว่า…"ปีศาจแดง" คือกลุ่มที่ร่วมลุ้นแชมป์กับแมนฯ ซิตี้ โดยมีเชลซีเต็งสาม
เอาละครับผม…โลกทั้งใบหยุดหายใจที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน ส่งใจช่วยสเปอร์สอย่างที่ พอช ที่ปรึกษาไก่ได้กล่าวไว้ มีอะไรน่าสนใจก่อนเกมนัดหมายนี้
เจ้าบ้าน…บางทีอาจมีการเปลี่ยนแปลงแท็กติกการเล่นข้างหลังทดสอบการใช้นัดพบวัตฟอร์ดไปแล้ว นั่นคือทดลองใช้ข้างหลังสามคนครับผม ด้วยปัญหาที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ติดแบน และไม่มี แยน แฟร์ต็องเก้น ทำให้ พอช ปรับมาเล่นข้างหลังสามมีวิงแบ็กสองข้างเหมือนเชลซี
ผลชนะวัตฟอร์ด 4-1 สมทบความมีชัยสามนัดหมายก่อนหน้าที่ผ่านมานับจากแพ้ แมนฯ ยูฯ 0-1 เมื่อต้นเดือน ธันวาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทำให้ไก่เก็บ 12 แต้มเต็ม
นั่นไม่น่าสนใจเท่ากับแท็กติกที่ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ จะเลือกใช้ก่อนพบกับเชลซี คือข้างหลังสาม จะตกลงใจอย่างไรดี เนื่องจากว่า วอล์คเกอร์Fun88กับ แฟร์ต็องเก้น กลับมา ระหว่างที่ข้างหลังสามอย่าง เอริก ดายเอ้อร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรล และก็ เควิน วิมเมอร์ ทำได้ดี วิงแบ็กสองข้าง ทริปเปียร์ กับ แดนนี่ โรส วิ่งขอบเส้น กลาง วานยาม่า, เอริคเซ่น และก็ เดเล่ อัลลี่ ข้างหน้า ซน ฮึง ไม่น กับ แฮร์รี่ เคนโชว์ฟอร์มกันดี…แต่ว่านั่นคือวัตฟอร์ด กลุ่มเพื่อนบ้านภาคเหนือของลอนดอน เหมือนรังสิต นั่นแหละครับผม

แต่ว่านี่คือเชลซี…ที่ปึ้ก สมดุลรุกและก็รับเริ่ดมาก ชนะรวด 13 นัดหมาย จุดนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ พูดว่าสถิติไม่มีความสำคัญเท่ากับแชมป์ ด้วยเหตุดังกล่าวมั่นใจว่าเกมนี้พวกเขาจะเน้นแท็กติกสุดๆเน้นมีแต้ม เน้นไม่แพ้ แล้วจังหวะเหมาะสมๆปิดเกมชนะเลย
สองประเด็นสำคัญในเกมนี้ผมว่าดูไปที่สเปอร์สเป็นหลักครับผม เนื่องจากว่า คอนเต้ จะไม่เปลี่ยนแปลงกลุ่ม แม้จะเล่นเป็นนัดหมายลำดับที่สามต่อเนื่องกัน แต่ว่าเป็นด้วยเหตุว่ากลุ่มของเขาเล่นแบบแท็กติก บริหารพลังได้ดิบได้ดี ดึงช้า ดึงเร็ว ยืดหยุ่น
สถิติวิ่งมากสุด, พลังมากสุด อะไรเนี่ย ไม่ติดอันดับท็อป พวกเขาเน้นแท็กติก ความเป็นเกมและก็เน้นผลแข่งขัน มันดูปึ้กในเกมรับ มันดูเด็ดขาดในเกมรุก นั่นคือข้างหลังไม่เสีย หน้าคมยิงได้ เชลซี ชนะตลอดใครๆก็ยิงพวกเขายากแม้ปัจจุบันเสียให้ สโต๊ค อีกสองลูก แต่ว่ามันก็จะต้องมีหลุดบ้าง และก็ตัวเลขเกมรับยังน้อยกว่าทุกครั้งม
ด้วยเหตุดังกล่าว…ปัญหาอยู่ที่สเปอร์ส ข้อแรก…โปเช็ตว่ากล่าวโน่ จะกล้าเล่นข้างหลังสามหรือไม่เมื่อ วอล์คเกอร์ กับ แฟร์ต็องเก้น กลับมา ทรรศนะส่วนตัวของผมมั่นใจว่า โปเช็ตว่ากล่าวโน่ ไม่เล่นข้างหลังสามแน่ๆ เขาจะกลับมาเล่น 4-2-3-1 เนื่องจากว่ายังไง วอล์คเกอร์, แฟร์ต็องเก้น ก็จะเป็นผู้เล่นชุดที่เขาเชื่อใจที่สุด
วานยาม่า จะเล่นกลางกับ เอริก ดายเอ้อร์ เพื่อสนับสนุนกลางรุก อัลลี่, เอริคเซ่น และก็ ฮึง ไม่น โดย แฮร์รี่ เคน หน้าเป้า
อย่างที่ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ บอก…แท็กติกไม่มีความสำคัญเท่ากับกระบวนการเล่นฟุตบอล การให้บอล การใช้บอลนั้นเริ่ดมากแค่ไหน แท็กติกงดงามแต่ว่าเพียงแค่รับส่งบอลในพื้นที่อันตรายไม่แม่น พลาด ก็หมดสิทธิ์ได้ประตู
สปีดบอล…ช้าควรจะช้า เร็วควรจะเร็ว จังหวะของเกมนี้ มันคือสิ่งที่ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ มีความคิดว่าสำคัญที่สุดข้อสอง…สเปอร์ส จะสอบตกอีกรอบหรือไม่เมื่อจำต้องเตะกับเกมใหญ่ และก็เจอบิ๊กกลุ่มผู้นำฝูงอีกต่างหาก สเปอร์ส มีปัญหาเรื่องนี้แบบเดียวกันครับผม พวกเขาแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 ทำให้ถดถอยลงไปก่อนที่จะกลับมาด้วยความมีชัย 4 นัดหมายรวด
ประเด็นนี้เป็นเรื่องจิตวิทยาเป็นหัวจิตหัวใจของสเปอร์ส จะสอบได้มั้ย มันคือ mentality ล้วนๆเลยครับผม เมื่อจำต้องเล่นภายใต้แรงกดดันกับกลุ่มที่เข้มแข็ง พวกเขาจะฝ่อหรือเหี่ยวมั้ย นี่คือปัญหา
ถ้าพวกเขาไม่กลัวเชลซี เอาชนะความกลัวในจิตใจ หรือก้าวผ่านแรงกดดันในเกมใหญ่ กลุ่มใหญ่ นักฟุตบอลสุดยอด อย่าง ดีเอโก คอสต้า, อาซาร์ ได้ พวกเขามีสิทธิ์ชนะ
แน่ๆทั่วทั้งโลกหนุนหลังท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ว่าตามความจริงพวกเขาก็จำต้องนึกถึงตนเองเล่นเพื่อชนะ เพื่อจุดหมายของตน
เนื่องจากว่าชนะเชลซีได้…มันจะสร้างความแน่ใจ ความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับนักฟุตบอลที่จะมุ่งหน้าเดินตามแท็กติกของ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ อก้าวหน้า
โอเคครับผม…พูดถึงฟอร์มทั้งนักฟุตบอลและก็ทั้งทีมในตอนนี้ เชลซีเหนือกว่าครึ่งก้าว แต่ว่าถ้ายกฐานะมาตรฐานการเล่นแบบไม่กลัวเชลซี สู้กับแรงกดดันในเกมที่สเปอร์สเคยพลาดมาบ่อยๆได้ ผมว่าพวกเขาก็มีสิทธิ์นึกถึงความมีชัย
แฮร์รี่ เคน ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า มึงปรี่ เคฮิลล์, ดาวิด ลุยซ์ ที่เฉื่อยชา ซน ฮึง ไม่น ก็ทะลุ ปรู๊ดปร๊าด เร็วจี๊ด, อัลลี่ เองก็ดุเดือดทะลุไปข้างหน้าบางโอกาสนี่บางทีอาจเป็นจุดที่โจมตีข้างหลังของเชลซีได้แบบเดียวกัน
ผมเห็นว่าเกมนี้ตัดความกลัวออกไป ไม่สนใจฟอร์มของเชลซี จี้จุดอ่อนซึ่งพอมองเห็นในแนวรับที่มีความช้าอยู่ มันก็บางทีอาจทำลายเกมรับเชลซีได้อยู่ครับผม
อ๋อ…อีกเรื่องหนึ่งคือ วุฒิภาวะของเด็กไก่ในเกมใหญ่ บางโอกาสแบกแรงกดดันมากๆกลับออกทะเลซะแบบนั้น หากนักฟุตบอลเชลซีซึ่งเก๋าและก็กระดูกบอลเบอร์ 9 เบอร์ 10 เชิญเล่นตุกติก มีลูกหนักแถม คลอดลูกเกเรแอบแฝงมาพร้อมกับเกม

อันดับ 4 ลีกอังกฤษ หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

แม้ไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดสิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของพวกเราเสียก่อน พวกพ้องภูติผีแดงคงจะคุ้ยเขี่ยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ
นี่คือโทรฟี้ที่มีความหมายระดับอ๋องเพียงแต่รายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่ว่าสัมผัสเลยครับ – ไม่เคยเฉียดฉิวเข้าใกล้ด้วยซ้ำ
ดูอย่างกับว่าถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกชะตากับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมส่วนมากพวกเขามักดำเนินชีวิตอย่างหรูหราและมีตระกูลกว่าบนเส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตัวเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักครั้ง ซึ่งส่วนมากเป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจเพียงแค่ฤดูนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" เปลี่ยนเป็นจุดหมายลำดับต้นๆที่พวกพ้องภูติผีแดงต้องเอามาให้ควรได้
เว้นเสียแต่จะเป็นเกียรติยศและความสำเร็จ มันอาจจะเป็นเพียงแต่ครั้งทางเดียวที่ช่วยให้พวกเขากลับไปสู่เส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกที
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นับว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากนะครับ สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" และ "นามธรรม" เลยทีเดียว เนื่องจากเว้นเสียแต่จะเป็นแหล่งรายได้พรั่งพร้อม – การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่มีความแตกต่างจากพลังเย้ายวนใจผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมทีมอีกด้วยที่สำคัญคือการเบียดตัวเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 ขั้นแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูจะเกิดเรื่องยากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกที
วันก่อนเพิ่งครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ติดอยู่ที่อยู่ในอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่ารวมทั้งล้อเลียนกันสนุกสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆคงจะทำบุญร้อยวันไปเลย – ไหนๆก็อยู่ในอันดับ 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
กะประมาณดูแล้ว ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหนีอันดับ 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ เนื่องจากจะว่าไปในฤดูนี้ พวกเขาได้โอกาสสะบัดอันดับ 6 ของตนทิ้งไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 4-5 ครั้งเมื่อใดก็ตามจังหวะพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันต้องกำเนิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมปัจจุบันที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นแม้ผู้ร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นฝ่ายมีชัยก็จะดีดอันดับ 6 ทิ้งไปได้อย่างแน่แท้ขั้นต่ำๆ2 สัปดาห์ แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็กลับแออัดยัดเยียดความแพ้พ่ายให้แขกมิได้ ทั้งๆที่คู่แข่งเหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดลูกโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้คงจะถูกใครซักคนบนฟ้ากลั่นแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็น่าจะถูกสาบให้อยู่ในอันดับ 6 ตลอดกาลจนกว่าจะจบฤดู มันยังไม่ใช่แค่นี้การมีศึกอื่นๆรอบด้านทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่ขับเคี่ยวอย่าง ลิเวอร์พูล
สถานการณ์ปัจจุบัน ทีมอันดับ 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกทีมอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งน้อยกว่า 2 นัดหมายก็ตามแต่ต่อยก่อนได้เปรียบนะครับคือตาม 6 แต้ม โดยแข่งน้อยกว่า 2 นัดหมาย มองผิวเผินราวกับไม่เสียเปรียบอะไร – เพียงแค่ชนะ 2 นัดหมาย แต้มก็จะเสมอกันทันที
แต่มันยังไม่เกิดขึ้นไงครับ รวมทั้งไม่มีอะไรมารับประกันเพราะว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดหมายที่หลงเหลือ ไม่ถูกกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเป็นระเบียบ และนำอยู่ 6 แต้มคือความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เทียบเป็นจุดลูกโทษ ลิเวอร์พูล ก็ฆ่าไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก เวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงคราวหน้า 2 ครั้ง แต่ว่าแม้กระทั่งเข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำเป็นเพียงแค่ตีเสมอ ไม่ซ้ำยังกดดันกว่าต่อนี้ไปมาดูโปรแกรมที่เหลืออยู่ของทั้ง 2 ทีมนะครับ
ลิเวอร์พูล เหลือเจอทีมใหญ่ร่วมกันแค่เพียงนัดหมายเดียว คือบุกไปเยี่ยม แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ รวมทั้งมีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัดหมาย นอกจากนี้อีก 8 นัดหมายที่เหลือ มีแต่ว่าทีมที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด นับว่าหนักกว่านะครับ เนื่องจากยังต้องเจอทีมใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมทั้งนัดหมายหลงเหลือกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการเจอทีมพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ เนื่องจากเพิ่งเอาชนะได้เพียงแค่ "น้องไก่" ทีมเดียวในฤดูนี้
ด้วยเหตุนั้นการหวังว่าจะได้อันดับ 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก และได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูจะเป็นอะไรที่เกินกำลังไปสักนิดสักหน่อยว่าแล้วอาจต้องเลือกครับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบสุดกำลัง เนื่องจากมันอาจยากที่จะเก็บคุณไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัดหมาย ตามหลังอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งน้อยกว่า 2 นัดหมาย ประตู-ได้เสียด้อยกว่าอยู่ถึง 8 ประตู แสดงว่าแม้กระทั่งชนะทั้ง 2 นัดหมายในเกมหลงเหลือ แม้คิดจะแซงหงส์แดงก็ต้องชนะคู่แข่ง 2 นัดหมายรวมกันให้ได้มากกว่า 8 ประตูและไม่เพียงแค่ ลิเวอร์พูล ยังมีทีมอันดับ 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องห้ำหั่นด้วย
แบบนี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก สุดกำลังเลยดีมากกว่า เนื่องจากแม้เอาชนะ รอสตอฟ ได้สำเร็จในเกมเมื่อคืนนี้วันพฤหัสฯ แม้จะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกเพียงแค่ 5 เกมเท่านั้น (2 เกมในรอบ 8 ทีม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดหมายชิงฯ)
แม้คิดจะเอาทั้ง 2 รายการ คืออันดับ 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย เว้นเสียแต่จะเกินกำลังแล้ว ครั้งคราวมันอาจดึงกันเองกระทั่งพุ่งชนความผิดพลาดทั้ง 2 รายการ…ก็…เป็น…ได้
ทางที่ดีพนันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดีมากกว่า ว่ารวมทั้งเอาค้อนปอนด์มา "ทุบหม้อข้าว" ของตนในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
คือไม่ต้องสนกับการฉกฉวยอันดับ 4 อีกต่อไปพลางทำใจสารภาพอันดับ 6 ของตนว่ามันก็น่ารักน่าเอ็นดูดีเหมือนกันนะ แล้วมุ่งเน้นไปในเส้นทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงแต่รายการเดียว เปรียบเสมือนการทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของข้าศึก ถ้าเกิดแพ้ ถ้าเกิดยึดมิได้ก็จะไม่มีข้าวยัดส์ เนื่องจากตัวเองทุบหม้อข้าวแตกหมดแล้ว เพราะฉะนั้นต้องเอาชนะข้าศึกหรือได้แชมป์ให้ได้เพียงแต่สถานเดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากความคิดของกุนซือหนวด – ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้แนวทางนี้นะครับ คือทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้งไปเลย โดยจัดทีมแบบไม่เต็มดูดในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (กระทั่งถูกสหายร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาอันดับ 4 ไปครอบครอง)