หมายเลข 6 แมนฯยูฯ – จากพัลลิสเตอร์ สู่..ป็อกบา

ถ้าหากคนใดกันรู้สึกว่าภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง ''แฮร์รี่ พ็อตเตอร์'' ยืดเยื้อ และนานมากกว่าจะจบแล้วล่ะก็ ''มหากาพย์ป็อกบา'' ก็คงจะไม่ต่างกัน เพราะเหตุว่ากว่าจะได้ผลสรุป เล่นเอาแฟนปีศาจแดงลุ้นแล้วลุ้นอีก ซึ่งผลสรุปก็อย่างที่ทราบกันว่า ป็อกบา อดีตกาลเด็กปั้นของแมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาสู่ถิ่นเก่าอีกรอบในฐานะนักฟุตบอลสุดยอด ที่มีค่าตัวแพงพราวแพรว

ถ้าหากย้อนไปช่วงที่ยังเป็นดาวรุ่งค้าแข้งอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวสวมเสื้อเลขลำดับ 42 ลงเล่นให้กับปีศาจแดงไปหลายนัดหมาย แม้กระนั้นการกลับมาครั้งนี้ ป็อกบา เลือกสวมเสื้อเลขลำดับ 6 ที่ยังคงว่างอยู่ เหมือนเว้นว่างไว้รอคอยยังไง อย่างงั้น ซึ่งโน่นทำให้ป็อกบากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 7 ที่สวมเสื้อเลขลำดับ 6 ของแมนฯ ยูไนเต็ดในทันที

โอกาสนี้พวกเราลองมามองกันเลยดีกว่าว่า ก่อนที่จะเสื้อเลขลำดับ 6 แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดจะตกมาอยู่กับ ปอล ป็อกบา ซึ่งเป็นผู้สืบสกุลเลขลำดับ 6 คนเดี๋ยวนี้นั้น มีผู้เล่นผู้ใดกันบ้างที่เคยสวมเลขลำดับนี้มาก่อน

แกรี่ พัลลิสเตอร์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: อังกฤษ

แกรี่ พัลลิสเตอร์ เบอร์ 6 คนแรกของผีแดงในสมัยพรีเมียร์ลีก

แกรี่ พัลลิสเตอร์ อดีตกาลกองหลังร่างใหญ่เจ้าของความสูง 193 ซม. เป็นผู้ที่สวมเสื้อเลขลำดับ 6 เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่แมื่อเริ่มมีการใช้เบอร์เสื้อประจำตัวในช่วงฤดูกาล 1993-1994

พัลลิสเตอร์ ค้าแข้งกับปีศาจแดงเป็นระยะเวลายาวนานถึง 9 ปี โดยช่วงที่ย้ายจากมิดเดิ้ลสโบรช์มาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดนั้น เจ้าตัวกลายเป็นเจ้าของสถิติกองหลังที่มีมูลค่าในการย้ายกลุ่มแพงที่สุดในขณะดังที่กล่าวถึงแล้วในทันที

ส่วนการบรรลุเป้าหมายต่างๆภายใต้สีเสื้อของปีศาจแดงเจ้าตัวก็ปัดกวาดมาเรียบ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 ยุค, เอฟเอ คัพ 3 ยุค, ลีก คัพ 1 ยุค, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 ยุค และยูฟ่า คัพ อีก 1 ยุค จึงไม่แปลกนักถ้าหากจะบอกว่า แกรี่ พัลลิสเตอร์ คือต้นตระกูลชั้นยอดเยี่ยมของเลขลำดับ 6 แห่งแมนฯ ยูไนเต็ด

ยาป สตัม

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: ชาวฮอลันดา

ถ้าหากไม่มีปัญหากับพ่อซะก่อน ยาป สตัม อาจได้สวมเบอร์ 6 เป็น 10 ปี

ยาป สตัม เป็นป้อมปราการข้างหลังพันธุ์ดุที่เต็มไปด้วยความถนัดทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังควรมี โดยเขาเป็นผู้สืบสกุล เลขลำดับ 6 ลำดับที่ 2 ข้างหลังย้ายจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาร่วมถิ่นปีศาจแดงในปี 1998

ยักษ์ใหญ่ชาวฮอลล์แลนด์ผู้นี้ค้าแข้งอยู่ภายใต้สีเสื้อปีศาจแดงอยู่เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในขณะดังที่กล่าวถึงแล้วเจ้าตัวก็มีส่วนร่วมในการนำแมนฯ ยูไนเต็ดครองแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 ยุคติด, เอฟเอ คัพ 1 ยุค หรือแม้กระทั่งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันลือลั่นในปี 1999 อีกด้วย

น่าเสียดายที่ช่วงเวลาในรั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดดูเหมือนจะสั้นไปนิด เพราะเหตุว่าสตัม ถูกเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ขายให้กับลาสิโอ ในปี 2001 โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญนั้นเช้าใจกันว่า เฟอร์กูสัน ไม่ชอบใจเป็นอย่างมากที่สตัม เขียนในหนังสืออัตประวัติของเขาว่า เฟอร์กี้ บากบั่นซื้อตัวเขาโดยมิได้รับการอนุญาตจากต้นสังกัดเก่าอย่างพีเอสวี เดี๋ยวนี้ ยาป สตัม ในวัย 44 ปี รับหน้าที่เป็นผู้จัดการกลุ่มเร้ดดิ้ง ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ

โลร็องต์ บล็องก์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: ฝรั่งเศส

โลร็องต์ บล็องก์ อดีตกาลกองหลังกลุ่มชาติฝรั่งเศส ที่เคยคว้าทั้งแชมป์โลก 1998 และยูโร 2000 นับว่าเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ที่ได้สวมเสื้อเลขลำดับ 6 ของแมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากที่บล็องก์ย้ายจากอินเตอร์ มิลานมาร่วมทีมในปี 2001

เป็นที่ทราบกันว่าเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ปรึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก บากบั่นจะดึงตัว โลร็องต์ บล็องก์ มาร่วมรั้วปีศาจแดงอยู่หลายคราตั้งแต่แมื่อปี 1996 แม้กระนั้นกว่าจะมาเสร็จก็คือในปี 2001 ซึ่งในเวลานั้นบล็องก์ก็แก่ถึง 35 ปี และจะต้องแบกรับแรงกดดันอย่างใหญ่โต เพราะเหตุว่าจะต้องกลายเป็นตัวแทนของ ยาป สตัม เจ้าของเลขลำดับ 6 คนเก่าที่ถูกขายออกไป

แม้ในระยะแรกๆบล็องก์จะถูกวิภาควิจารณ์อย่างมากจากผลงานที่ไม่ดีนัก แม้กระนั้นก็สามารถปรับปรุงฟอร์มการเล่น และมีส่วนช่วนให้แมนฯ ยูไนเต็ดครองแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงฤดูกาล 2002-2003 ได้อีกด้วย และในปี 2003 เจ้าตัวก็ประกาศแขวนสตั๊ดทำให้แมนฯ ยูฯ กลายเป็นกลุ่มท้ายที่สุดที่บล็องก์เคยค้าแข้งในฐานะนักฟุตบอลในทันที

ริโอ เฟอร์ดินานด์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: อังกฤษ

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เกลียดเบอร์ 6 ขอเปลี่ยนไปสวมเบอร์ 5

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เป็นเจ้าของสัมปทานเลขลำดับ 6 ของเร้ด เดวิลส์ คนที่ 4 ต่อจากโลร็องต์ บล็องก์ โดยเฟอร์ดินานด์ สวมเบอร์ 6 ลงเล่นแค่เพียงฤดูเดียวคือ ฤดู 2002-2003 เนื่องจากว่าโลร็องต์ บล็องก์ เปลี่ยนแปลงจากเบอร์ 6 ไปใส่ เบอร์ 5 แม้กระนั้นภายหลังจากบล็องก์แขวนสตั๊ดในปีต่อมา เจ้าตัวจึงย้ายไปใส่เบอร์ 5 นับตั้งแต่ขณะนั้น

ป้อมปราการข้างหลังคนเก่งย้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ด มาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าจ้างอย่างใหญ่โตถึง 30 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้เจ้าตัวกลายเป็นเจ้าของสถิตินักเตะอังกฤษที่ค่าจ้างแพงที่สุดเวลานี้ และยังเป็นกองข้างหลังที่ค่าจ้างแพงที่สุดในโลกในขณะดังที่กล่าวถึงแล้วอีกด้วย

เฟอร์ดินานด์ ไปถึงเป้าหมายอย่างมากในขณะกับปีศาจแดง โดยมีส่วนช่วยให้กลุ่มเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 ยุค, ลีก คัพ 3 ยุค, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 ยุค และแชมป์ชมรมโลกอีก 1 ยุค ยิ่งกว่านั้นยังติดกลุ่มเยี่ยมที่สุดแห่งปีของพรีเมียร์ลีกถึง 6 ครั้ง (5 ครั้งกับแมนฯ ยูฯ และ 1 ครั้งกับลีดส์ ยูไนเต็ด)

เวส บราวน์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: อังกฤษ

เวส บราวน์ นับว่าเป็นเด็กปั้นของแมนฯ ยูไนเต็ดขนานแท้ เพราะเหตุว่าเขากำเนิดในเมืองแมนเชสเตอร์ และถูกดันขึ้นมาจากชุดเยาวชนของปีศาจแดง ซึ่งบราวน์เป็นผู้สืบสกุลเลขลำดับ 6 ต่อจาก ริโอ เฟอร์ดินานด์ ในทันทีในช่วงฤดูกาล 2003-2004 ที่เฟอร์ดินานด์ย้ายไปใส่เลขลำดับ 5

เวส บราวน์ เปิดฉากสนามให้กับเร้ด เดวิลส์ ในวันที่ 4 เดือนพฤษภาคม 1998 ที่แมนฯ ยูไนเต็ด เจอกับลีดส์ ยูไนเต็ด ในฐานะตัวสำรอง ซึ่งในช่วงฤดูกาลถัดมาเจ้าตัวก็เริ่มได้ลงเล่นในกลุ่มชุดใหญ่บ่อยขึ้น แม้กระนั้นในบางครั้งก็ถูกโยกไปเล่นแบ็กขวา แม้ว่าตำแหน่งถนัดของเจ้าตัวจะเป็นตำแหน่งป้อมปราการข้างหลังตัวกลาง

แม้จะเป็นผู้เล่นที่แฟนปีศาจแดง หรือกลุ่มอื่นๆเหน็บแนมในเรื่องที่เจ้าตัวมักมีจุดบกพร่องอยู่บ่อย แม้กระนั้นตลอดเวลาการค้าขายแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวก็คว้าเหรียลรางวัลไปครอบครองอย่างล้นหลาม เช่น พรีเมียร์ลีก 7 ยุค, เอฟเอ คัพ 2fun888ยุค, ลีก คัพ 3 ยุค และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ยุค

จอนนี่ อีแวนส์

ตำแหน่ง: เซนเตอร์แบ็ก

ชนชาติ: ไอร์แลนด์เหนือ

จอนนี่ อีแวนส์ ป้อมปราการข้างหลังกลุ่มชาติไอร์แลนด์เหนือที่เติบโตมากับอติดอยู่เดมี่ ของแมนฯ ยูไนเต็ด นับว่าเป็นเจ้าของเสื้อเลขลำดับ 6 คนล่าสุดก่อนที่จะมันจะว่างลง เป็นระยะเวลา 1 ฤดู ข้างหลัง อีแวนส์ ย้ายไปร่วมทัพเวสต์บรอมวิช ในปี 2015 ก่อนที่จะ ปอล ป็อกบา จะมาสานต่อในช่วงฤดูกาลนี้

อีแวนส์คืออีกหนึ่งลูกหม้อที่เติบโตมากับปีศาจแดงโดยแท้ เพราะเหตุว่าเป็นผู้เล่นที่ถูกดันขึ้นมาจากอติดอยู่เดมี่ของชมรม ซึ่งในระยะแรกๆก็มิได้มีโอกาสลงในสนามให้กลุ่ม เนื่องจากว่าถูกปลดปล่อยให้กลุ่มอื่นๆยืมตัวไปใช้งาน จนถึงปี 2007 ก็ได้เปิดฉากสนามกับกลุ่มชุดใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ดในเกมลีก คัพ กับวัวเวนทรี

ทั้งนี้ในระยะแรกเจ้าตัวมิได้สวมเลขลำดับ 6 แม้กระนั้นเป็นเลขลำดับ 23 กระทั่ง ฤดู 2011-2012 ก็ได้มาสวมเสื้อเบอร์ 6 นี้ หลังจากที่ เวส บราวน์ ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานเดิมย้ายกลุ่มไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์

ถ้าหากไล่ดูรายชื่อบรรดาเจ้าของสัมปทานเลขลำดับ 6 คนก่อนๆก็จะเห็นได้ว่า บรรดาผู้เล่นพวกนั้นต่างมีตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก หรือป้อมปราการข้างหลังตัวกลางด้วยกันทั้งปวง แตกต่างจาก ปอล ป็อกบา ที่มีตำแหน่งเป็นมิดฟิลด์ มิหนำซ้ำยังค่อนไปทางมิดฟิลด์ตัวทำเกมรุกอีกด้วย

แม้กระนั้นคงจะไม่ใช่เรื่องที่พิลึกนัก เพราะเหตุว่าในตอนนี้พวกเราเห็นผู้เล่นหลายคนใส่เลขลำดับที่บางทีอาจจะมิได้ตรงกับภาพในอุดมคติเรื่องเลขลำดับเสื้อของคนอีกหลายคน เพราะเหตุว่าพวกเรามักรู้สึกว่า เลขลำดับ 1 คือผู้รักษาประตู, เลขลำดับ 10 คือเพลย์เมกเกอร์, เลขลำดับ 9 คือหัวหอกตัวเป้า

ดังเช่นว่า เลขลำดับ 1 ที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ปลายๆแน่ๆว่าควรเป็นผู้รักษาประตูที่ใส่เบอร์นี้ แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ที่เคยสวมเบอร์นี้ เพราะเหตุว่าพานเทลิส ติดอยู่เฟส อดีตกาลนักฟุตบอลกลุ่มชาติกรีซซึ่งเล่นเป็นกองกึ่งกลางเคยสวมเลขลำดับ 1 โลดแล่นรอบๆดินแดนกึ่งกลางมาแล้วในยุคที่ค้าแข้งอยู่กับเออีเค เอเธนส์ และ โอลิมเปียกอส

ด้วยเหตุนี้แล้วแม้เลขลำดับของ ปอล ป็อกบา ที่สวมลงในสนามให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูนี้จะเป็นเลขลำดับ 6 ก็คงจะไม่น่าสนเท่ห์ใจ เพราะเหตุว่ายุคที่อยู่กับยูเวนเหม็นตุสเจ้าตัวก็ใส่เบอร์ 6 มาถึง 3 ปี ก่อนที่จะย้ายมาใส่เบอร์ 10 ภายหลังจากคาร์ลอส เตเวซ ย้ายออกกจากกลุ่มไป

ลึกๆแล้วมั่นใจว่าป็อกบา และแฟนปีศาจแดงเองก็บางทีอาจจะอยากให้มิดฟิลด์ค่าจ้างแพงรายนี้ใส่เลขลำดับ 10 แม้กระนั้นคงจะเกิดเรื่องยากยิ่ง เพราะเหตุว่าเจ้าของเบอร์ 10 คนเดี๋ยวนี้มีตำแหน่งเป็นถึงกัปตันกลุ่ม แถมค่าเหนื่อยอย่างใหญ่โต เพราะฉะนั้นแล้วทางเดียวก็คือภาวนาให้เจ้าของคนเก่าครบวาระกับกลุ่มเสียรู้ ฮ่าๆ

DELE ON SHIRT

ว่ากันด้วยเรื่องของความ ''อินดี้'' คำศัพท์นี้เป็นคำศัพท์ที่ข้อกำหนดขึ้นโดยวัยรุ่น (ไหน?) ประเทศไทยที่ตัดเอาเฉพาะพยางค์หน้าของคำว่า ''Independent'' มาเรียกสั้นๆเพื่อความเข้าใจง่ายๆกับคำอธิบายศัพท์ตามตัวเป็น อิสระ

ที่จริงแล้วก็ไม่รู้จักหรอกว่าผู้ใดใช้มันเป็นคนแรก เพียงจู่ๆคำนี้ก็เกลื่อนกลาดกระจุยกระจายในสังคมวันรุ่นไทย แล้วหลังจากนั้นก็ใช้กระจายต่อกันไปแบบไม่มีที่มาที่ไป ใช้กันแบบงงงวยๆ

มันเป็นคำศัพท์ที่ใช้บอกสื่อสารกันทั่วไป ไม่ต้องเป็นทางการอะไรมาก เอาเพียงแค่ว่าเข้าใจตรงกันเป็นพอเพียงว่ามันคืออย่างนี้

ตรงนี้แหละมั้งที่เรียกว่า อิสระ

อิสระในการคิด, การพูด, การแต่งตัว หรือแนวทางการทำอะไรนอกกรอบ แปลกๆประหลาดที่คนทั่วไปไม่ค่อยทำกัน ถ้าเป็นด้านบวกก็เรียกว่า ความริเริ่มคิดสร้างสรรค์ แต่ว่าถ้าเป็นอีกด้านเรียกแบบซอฟต์ๆหน่อยก็คงเป็น ไอ้นี่ไม่เป็นประโยชน์แน่นอน!!

หลายวงการเริ่มแผ่กระจายความคิดนอกกรอบ ไอเดียล้ำๆผุดขึ้นมาให้กลายเป็นจุดขาย กลายเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ให้บุคคลทั่วไปมองเห็นแล้วรู้สึกลุ่มหลงต้องการทำตามอย่างบ้าง

แล้วก็วงการฟุตบอลก็ยอดเยี่ยมในนั้น ไล่ตั้งแต่แฟชั่นสตั๊ดสีจี๊ดๆแฟชั่นทรงผม เบอร์เสื้อแปลกๆแล้วก็ที่ครีเอตไม่แพ้เรื่องอื่นเลยก็คือ ชื่อนักฟุตบอลด้านหลัง

แม้มันจะดูไม่แปลกประหลาดเท่าใด แต่ว่าก็พอเพียงเรียกความเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมได้ไม่น้อย ทั้งชื่อฉายา ชื่อกึ่งกลาง หรือชื่อหน้า มีให้มองเห็นกันมากมาย

ถ้าไม่นับพวกนักฟุตบอลในลีกอเมริกาใต้ทั้งหลายแหล่ หรือบางโอกาสนักฟุตบอลเชื้อสายสแปนิช, โปรเหม็นตุกีส หลายท่านที่จำเป็นต้องย่อชื่อ เนื่องจากชื่อทางการจริงๆมันยาวจนกระทั่งยากที่จะยัดใส่ข้างหลังเสื้อให้พอดี มันก็เลยจำเป็นต้องครีเอตกันหน่อย

แต่ว่าสำหรับนักฟุตบอลทั่วไป โดยเฉพาะแข้งพรีเมียร์ลีกที่มีชื่อหน้า แล้วก็สกุลปกติ ส่วนใหญ่จะสกรีนเป็น สกุลเอาไว้ เนื่องจากถ้าใช้ชื่อหน้ามันก็เกร่อจนกระทั่งเกินไป อย่างเพียงแค่เรียกชื่อ โจนาธาน เพียงแต่ครั้งเดียวคนก็หันพร้อมกันเป็นพันแล้ว

จะมีเพียงแต่กลุ่มเล็กๆเพียงแค่นั้น ที่ฉีกความธรรมดาสามัญของราษฎร เอาที่พอเพียงจะจำได้เลยก็ ราเวล มอร์ริสัน สมัยก่อนแข้งพรสววรค์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปักชื่อหน้าของตนเองด้านบนลำดับที่เสื้อ ในช่วงที่ค้าแข้งกับ ''ขุนค้อน''

ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ลูกกระสุนปืนสำรองของผีแดงก็เช่นกันที่เอาฉายา ชิชาริโต้ มาเป็นจุดขาย เรียกกระแสความบ้าของแฟนบอลได้มากพอๆกับซูเปอร์สตาร์ตัวหลักของกลุ่มเลย

หรือถ้าจะนั่งไทม์แมชีนกลับไปอีกหน่อย สมัยก่อนแข้งผีที่โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เมื่อพกเอาสายเลือดของความเป็นอัจฉริยะลูกหนังของผู้เป็นพ่อเจ้าของสมญา ''นักฟุตบอลเทพ'' ก็ยังสกรีนชื้อหน้า ยอร์ดี้ ไว้ห้วนๆเลย

แม้กระทั้ง คริสเตียน เบนิเตซ กับฉายา ชูโช่ บนลำดับที่ 11 กับอาภรณ์เบอร์มิงแฮม หรือ สเตลิออส ยานนาวัวปูลอส กับชื่อ สเตลิออส ยุคเป็นผู้นำกองทัพให้โบลตันเองก็เป็นไปกับเขาด้วย

ลามมาจนกระทั่ง เมมฟิส เดอปาย ที่ใช้ชื่อหน้าของตนเองเป็นเพราะว่าเขาไม่ค่อยมีความผูกพันธ์กับคุณพ่อเสียเท่าใด เลยหยิบนำชื่อหน้ามาใช้บนข้างหลังเสื้อของตนเอง แต่ว่ามันก็ดูอินดี้ดีเหมือนกัน

ปัจจุบันความอินดี้ได้รับการสืบทอดถัดมาจนกระทั่ง เดเล่ อัลลี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งพุ่งแรงของ ''ไก่เดือยทอง'' เมื่อซีซั่นนี้กองกลางวัย 20 ปีจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อหน้าของตนเองที่ด้านหลังเสื้อ ภายหลังฤดูกาลที่แล้วใช้อัลลี่มา 1 ฤดูกาลเต็มๆ

''ที่ผมอยากใช้ชื่อของผมแทนสกุล เนื่องจากผมรู้สึกว่าผมไม่มีความสัมพันธ์อะไรทั้งปวงกับ ชื่อสกุลอัลลี่''

''นี่ไม่ใช่การตัดสินของผมผู้เดียว แต่ว่าเมื่อลองพูดคุยหารือกับครอบครัวแล้ว ผมจึงทำอย่างนั้นในทันที'' ดาวรุ่งยิดโด้บอกเหตุผลที่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อว่าอย่างนี้

ได้ยินเรื่องของอัลลี่แล้วเชิญหม่นหมองบางส่วน เมื่อครอบครัวที่เขากล่าวถึงนั้น ไม่ได้อบอุ่นเหมือนคนทั่วไปซักเท่าไหร่ เริ่มตั้งแต่การหย่าร้างของบิดามารดาก่อนที่จะเขาจะลืมตาดูโลก ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเป็นการจำเป็นต้องจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่อายุ 13 ปี ต้นเหตุก็เนื่องจากว่าแม่ติดเหล้า

ต่อจากนั้นก็แต่งงานที่บริบูรณ์พร้อมกว่าเป็นผู้ค้ำจุนเขาในฐานะบุตรบุญธรรม ช่วยส่งเสริมให้อัลลี่เดินทางตามความฝันของตนเองสำเร็จ

เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลกับ ซิตี้ วัวลต์ ก่อนจะเปลี่ยนภูมิลำเนาของโรงเรียนลูกหนังสู่ มิลตัน คีนส์ ตอนอายุ 11 ขวบ แล้วก็ผ่านการบ่มเพาะประสบการณ์กับระบบเยาวชนของกลุ่ม แล้วก็เมื่อเริ่มเขี้ยวถึงที่กะไว้จึงได้รับช่องทางให้เปิดฉากกับกลุ่มชุดใหญ่ในอายุ 16 ปี ด้วยการลงเป็นตัวสำรองในเกมที่เสมอ เคมบริดจ์ 0-0 ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2012

แล้วก็เกมที่โล่งแจ้งเกิดของเขากับหน้าที่นักฟุตบอลอาชีพ เป็นการเป็นตัวหลักช่วยให้ มิลตัน คีนส์ ล้ม แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมลีก คัพ รอบ 2 ด้วยสกอร์ที่จำเป็นต้องขยี้ตาซ้ำเป็นสิบๆรอบ เมื่อตัวเลข 4-0 บนสกอร์บอร์ดปรากฏสู่สายตาแฟนบอลในวันนั้น

จบเกมปุ๊บ แสงสปอตไลต์ส่องไปที่ เดเล่ อัลลี่ ปั๊บ แถมยังเนื้อหอมถึงขึ้นยักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค แล้วก็ ลิเวอร์พูล เบียดไหล่ชะแง้คอตามจีบดาวรุ่งเนื้อหอมรายนี้ให้ย้ายไปร่วมกลุ่ม

ดังได้ไม่นานการย้ายกลุ่มก็เกิดขึ้นจริงๆแต่ว่าสโมสรใหม่ของอัลลี่ก็ไม่ใช่ทั้งคู่กลุ่มที่ว่ามา ถ้าเป็น ''ไก่เดือยทอง'' ที่เป็นข้างสมหวัง แล้วก็ที่นี่เอง อัลลี่เริ่มฉายออร่าเทพไต่เต้าเองขึ้นมาเล่นกับกลุ่มชุดใหญ่ได้สำเร็จ กับผลงานการซัด 10 ประตูในลีกจากการลงเล่นทั้งหมดทั้งปวง 33 เกม แถมด้วยแอสซิสต์ไป 9 ครั้ง

ฟอร์มเด่นได้ขนาดที่ รอย ฮ็อดจ์สัน จำเป็นต้องคีบไปลุยยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส ด้วยเลย

เมื่อโปรไฟล์ในเรซูเม่ของแข้งดาวรุ่งสวยงามไม่มีที่ว่ากล่าวขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่เขาจะได้รับรางวัลดาวรุ่งเหมาะสมที่สุดแห่งปีของซีซั่นที่แล้ว มาเป็นเกียรติยศประจำตัว

ฟอร์มเปล่งประกาย แถมมีรางวัลส่วนตัวประกันความยอดเยี่ยมขนาดนี้ ต้องการจะอินดี้ขนาดไหนก็ไม่มีใครกล้าค้าน ถ้าเค้นฝีเท้าให้เป็นที่ปรากฏชัดเจนก่อนเป็นขั้นแรก ที่เหลือสุดแล้วแต่สไตล์คุณ

ซึ่งฤดูกาลใหม่นี้ เดเล่ อัลลี่ ยอดเยี่ยมในแข้งอินดี้ที่ใช้ชื่อหน้าของตนเองเป็นชื่อด้านหลังเสื้อแข่ง ร่วมกับ เมมฟิส เดอปาย ตัวรุกริมเส้นจากค่ายสีแดงแห่งเมืองแมนเชสเตอร์

ที่พอเพียงเทียบเคียงความอินดี้แล้วมีพอกัน แต่ว่าฝีเท้าที่แสดงออกมาสู่สายตาแฟนบอลทั่วโลกโคตรจะแตกต่างกันเลย

เลสเตอร์ พบ ผีแดง


        ''แชมป์เก่า'' เลสเตอร์ แชมป์ตี้ ต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าดึงดูดอีกหนึ่งคู่ในอาทิตย์นี้
สถานะการณ์ทั้งคู่ทีมที่แตกต่างทำให้พนันเกมนี้ข้นคลั่ก

"เดอะ ขัดส์" อยู่อันดับ 16 มี 21 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 นอกเหนือจากนั้นอันดับในที่สุดของตารางคะแนนเป็นซันเดอร์แลนด์ห่างเลสเตอร์เพียงแค่ 5 แต้ม นั่นหมายความว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับโซนตกชั้นมีความห่างไม่ล้นหลามอะไร

ไม่ใช่เพียงแค่อันดับ 18 อย่างคริสตัล พาเลส แค่นั้นที่พร้อมแซงพวกเขา ตรงกันข้ามทั้งฮัลล์ ที่บุกไปยันเสมอแมนฯยูฯ และแมวดำมีโอกาสลดช่องว่างในเรื่องที่เลสเตอร์พลาดท่าแพ้ในเกม มันเริ่มจากเกมนี้เมื่อรับมือแมนฯยูฯ

ในทางเดียวกัน "ซาตานแดง" ทีมที่รองประธานสมาพันธ์เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นแฟนๆมานาน บุกมาคิง พาวเวอร์ เที่ยวนี้ไม้่มีทางเลือกมากเท่าไรนัก ถ้าเกิดหวังพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากพลาดท่าเสมอฮัลล์ ซิตี้ อย่างน่าผิดหวัง

อันดับก็ไม่ขยับอยู่ที่ 6 มานานเหลือเกิน โดยเหตุนั้นเกมนี้จำเป็นต้องบุกมาสอยเลสเตอร์คาบ้านให้ได้ ไม่เช่นนั้นช่องว่างอันโดนยืดและพวกเขาก็อยู่อันดับหกต่อไป

สถานะการณ์ที่ต้องการชัยชนะทั้งคู่ทีมแบบนี้….ผมว่าเกมนี้แฟนบอลได้กำไร ไม่มีเล่นเกมแทกตำหนิก ดึงเกม เนื่องจากว่าผลเสมอทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อทั้งคู่ทีมแน่นอน

ว่ากันถึงเจ้าของบ้านในตอนนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี ประจันหน้ากับปัญหายิ่งใหญ่ ไม่ใช่เนื่องจากว่าคนมุ่งหวังเรื่องแชมป์เก่า นั่นมันเป็นเทพนิยายที่จบไปแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือพวกเขาเปลี่ยนเป็นทีมที่จำเป็นต้องลุ้นเรื่องอยู่รอดหรือเปล่ารอดในพรีเมียร์ลีก

แม้นักฟุตบอลได้ขวัญพลังใจจากท่านเจ้าคุณธงชัย ที่อวยพรว่าเลสเตอร์ไม่ตกชั้น แม้กระนั้นตอนนั้นสถานะการณ์มันสุ่มเสี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว จะร้อยเปอร์เซนต์อาจจะไม่ได้ นักฟุตบอลจำเป็นต้องสู้เต็มกำลังเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุด

มองคะแนนแล้วเลสเตอรา์เก็บได้ 21 แต้มจาก 23 เกม เป็นตัวเลขที่เลวที่สุดในฐานะแชมป์เก่าที่ลงเล่นซีซั่นถัดมา ที่สำคัญฟอร์มตกแบบสุดๆมันเกิดขึ้นด้วยสถิติที่ว่าไม่ยิงประตูคนใดมาสี่ครั้งติดกันเป็นครั้งแรกนับหมดยุคหมดสมัย ไนเจล เพียร์สัน เมื่อ พ.ย. 2014

ยุค เพียร์สันเมื่อสามปีก่อนนั้นไม่ยิงคนใด 5 ครั้งติดกัน

อีกทั้งเกมนอกคิง พาวเวอร์ ในปีนี้เปลี่ยนเป็นจุดบอดของเลสเตอร์ ไปแล้ว พวกเขายังแพ้คนใดนอกบ้านเลยในลีกเก็บได้ 3 แต้มจากผลเสมอ 3 นัดยิ่งกว่านั้นแพ้เรียบ คิดเฉพาะตารางนอกบ้านเลสเตอร์ อยู่อันดับ 19 เป็นอันดับตกชั้น

ยังดีที่ คิง พาวเวอร์ ยังมีพาวเวอร์ให้นักฟุตบอลได้ลุยสู้ พวกเขาได้ 18 แต้มในบ้าน อันดับคะแนนเฉพาะในบ้านอันดับ 10 อยู่รอดปลอดภัยสบายๆถ้าไม่คิดมากมายเล่นในบ้านจำเป็นต้องชนะให้เสมอๆเข้าไว้ พวกเขามีโอกาสรอดพ้นการตกชั้น

อันนี้เป็นสูตรพื้นฐานของทีมที่ลุ้นรอดไม่รอดในแต่ละปี

เกมในบ้านดี มีแต้มตลอด แบบนี้ไม่ตกชั้นแน่ๆยืนยันได้เลย หลายทีมใช้สูตรนี้ไปถึงเป้าหมาย มาแล้วทั้งนั้น

ปัญหาของ รานิเอรี ยังคงมีอีกเรื่องหนึ่งเป็นสภาพทีมของพวกเขาที่แม้จะใหญ่ขึ้น มีเงินทุ่มซื้อนักฟุตบอลมากขึ้นเรื่อยๆ กลับปรากฏว่านักฟุตบอลค่าจ้างแพงดีกรีระดับทีมชาติผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย กลับไม่ได้ช่วยทีมและเล่นไม่เข้าระบบอะไรเลย

ต่างจากโนเนมทั้งหลายแหล่ที่เล่นกับทีมมาตลอดยุค รานิเอรี กลับทำเป็นดีมากยิ่งกว่าชัดเจน

การที่นักฟุตบอลใหม่ประสิทธิภาพสูงๆไม่อาจจะเล่นได้ดีนั้น คือปัญหาที่ทำให้ รานิเอรี ปวดศรีษะเฉพาะในลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับชปล. ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบนอคเอาต์ได้เร็ว ทั้งที่พึ่งแข่งขันชปล. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมาพันธ์

จุดนี้…รานิเอรี จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข เนื่องจากว่ากลางเดือนชปล. จะมาบวกอีกสองนัด นี่ยังมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ให้อ่อนแรงเล่นอีกหนึ่งเกม โดยเหตุนั้นแต้มจำเป็นต้องมา จำเป็นต้องได้ ชัยชนะจำเป็นต้องเกิดขึ้น จะเริ่มในเกมกับแมนฯยุยงไนเต้ดเลยมั้ย

ผมคิดว่า…ถ้าพวกเขาชนะซาตานแดงได้ ความเชื่อมั่น เชิงจิตวิทยาจะมาเพิ่มมากยิ่งกว่าสามคะแนน

รานิเอรี เองก็อยากกระตุ้นลูกทีมให้ลุยสู้กับแมนฯยูฯ และย้ำชัยชนะหรืออย่างเลวเสมอแมนฯยูฯ ก็ไม่เสียหายอะไร ช่องว่างบางทีอาจถูกลดน้อยลง แม้กระนั้นชั่วโมงนี้แต้มเดียวก็จำเป็นต้องเอาแล้วละครับ อย่าคิดเป็นแบบอื่น

แล้วเกมนี้ รานิเอรี จะจัดทีมของเขาอย่างไรดี

ปีนีจำเป็นต้องสารภาพว่าเว้นเสียแต่ปัญหาเรื่องทีมที่ใหญ่ขึ้นกลับเล่นในลีกได้ห่วยแตกลง ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่พวกเขามี ริยาด ภูติเรส เป็นหัวหอกเกมรุกมาตลอดหนึ่งปีที่ได้แชมปฺ ปีนี้ ภูติเรส โดนจับทางได้ ตัวเขาเองก็ไม่มหัศจรรย์ราวกับปีที่ผ่านมา

เกมรุกเลยขาดความน่ากลัวลง…ประกอบกับ เจมี วาร์ดี ก็ไม่ได้โอกาสรับบอลงามๆและหลายทีมเล่นกับเลสเตอร์ก็ไม่บุกมากมาย ย้ำเชิง ตั้งรับคอยสวนแบบเดียวกันเลยเปลี่ยนเป็นงานยากไปสำหรับเลสเตอร์

มันคือปัญหาที่มารวมตัวกันจนทำให้ รานิเอรี ปวดศรีษะ แม้กระนั้นอย่างไรก็แล้วแต่มั่นใจว่า รานิเอรี คงจะยังใช้ขุมกำลังเก่าสู้กับแมนฯยูฯ เป็นเอานักฟุตบอลชุดเก่าๆเป็นแกน แนวรับไม่ต้องกล่าวหลับตาคิดภาพออกสำหรับ 5 ด่านหลังของพวกเขา รวม ชไมเคิล ด้วย

กึ่งกลางรับ แดนนี ดริงค์วอเตอร์ คุมเกมพร้อมกันกับ เอนดิดี และ อัลไบรท์ตัน ส่วนแนวรุกสามคน วาร์ดี, ภูติเรส และ เดมาไร เกรย์ ในระบบ 4-3-3 พิจารณาให้ดี โอกาซากิ ปีนี้กลายเป็นตัวสำรองบ่อยมาก

รานิเอรี ไม่น่าจะย้ำเกมรุกสู้แมนฯยูฯ แน่นอน การตั้งรับจะแบบไหนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ

รับลึกหน้าเขตโทษหรือเต็มพื้นที่ในแดนตัวเอง คุมโซน คอยดักจังหวะ ผีพลาดแล้วสวนกลับ ปลดปล่อยให้ ทีมมูรินโญ เซตบอลบุกเข้าหา แทกตำหนิกของ รานิเอรี คงจะออกมาแบบนี้ เนื่องจากว่าอย่าลืมว่านัดปัจจุบันโดนสอยเลอะเทอะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1

มั่นใจว่าในบ้าน รานิเอรี ไม่อยากให้แมนฯยูฯ เล่นกับพวกเขาได้อย่างงั้นอีก

เช่นกันนะครับปีนี้พบแมนฯยูฯ ตั้งแต่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และพรีเมียร์ลีก แพ้ 2 นัด แม้กระนั้นนั่นไม่ใช่ที่บ้านของเลสเตอรฺ์ โดยเหตุนั้นซึ่งๆหน้าแฟนตัวเองเกมนี้ จะปลดปล่อยให้เป็นนัดลำดับที่สามต่อเนื่องกันต่อผีแดงไม่ได้โดยเด็ดขาด

มันจะต้องมีอะไรพิเศษแงะมาสู้…นั่นเป็นเกมรับแล้วคอยสวนซึ่งพวกเขามีทีเด็ดอยู่แล้ว

ทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ด ของ มูรินโญ โดนแฟนบ่นยับหลังเสมอฮัลล์ ซิตี้ 0-0 ทำให้่อันดับไม่ขยับ ทั้งๆที่กรุ๊ปบนพลาดหลุดเสมอกับแพ้ พวกเขาแข่งคราวหน้ากลับไม่อาจจะฉกฉวยโอกาสนั้นเอาไว้ได้

ยังแช่อยู่ที่ 6 ต่อไป

เกมนี้ มูรินโญ คงจะมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกคราวหลังจากนัดก่อนจะว่าไปก็พลาดแบบเดียวกันที่ไม่มี เฟลไลนี ลงสู่สนาม แม้กระทั้งชื่อสำรองก็ไม่มี ข่าวสารก็ไม่ได้พูดว่าเจ็บอะไร แม้กระนั้นทำไมไม่ได้ลงเล่นทั้งๆที่ ฟู ยังเพียงพอมีสาระต่อเกมที่มันตื้อๆแล้วทำอะไรคู่แข่งขันไม่ได้

นัดนี้เชื่อเลยว่า เฟลไลนี จะกลับมาเล่นตัวจริง เช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกคนหนึ่งเป็น มาร์กซิยาล ส่วนนักฟุตบอลที่แฟนผีอยากเห็นลงสู่สนามสูงที่สุด แม้กระนั้น มูรินโญ อาจจะไม่ใช้เป็น บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตนร์

ไม่ทราบดีว่าเกลียดชังอะไรนักหนา…

ชไวนี พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเองมืออาชีพ ทั้งๆที่นักฟุตบอลระดับเขาผ่านเกม ผ่านการบรรลุผลมากยิ่งกว่า ไมเคิล คาร์ริค ด้วย อายุก็น้อยกว่า จะพูดว่าเก่งกว่าก็ได้อยู่นะครับ แม้กระนั้น มูรินโย กลับละเลย

ให้เล่นเนื่องจากว่าขณะนี้กองกลางไม่มีผู้ใดเหลือแล้ว เมื่อขาย มอร์แกน ชไนเดอลิน ออกไปจากทีม

ชไวนี ยังมีสาระกับเกมระดับนี้ และเขาเองมืออาชีพ ซุ่มฝึกกับทีม ไม่คิดย้ายทีมไปไหน อยากพิสูจน์ตัวเองว่ามีสาระกับทีม แม้กระนั้น มูรินโญ กลับไม่เลือก ให้เล่นแบบเสียไม่ได้ จำเป็นต้องมองว่านัดนี้จะใช้หรือเปล่า (อาจจะไม่ใช้)

ดูแล้วการจัดตัวอาจจะออกมาเป็น คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย กึ่งกลางก็ เฟลไลนี, คาร์ริค, ป๊อกบา พร้อมกันกับ มคิทาร์ยาน, มาร์กซิยาล และ อิบราฮิโมวิช มั่นใจว่านัดนี้ มาร์กซิยาล คงจะได้โอกาสลงเล่นตัวจริง ถ้าไม่ใช่ก็ ฆวน มาต้า

มูรินโญ อาจจะจำเป็นต้องอ่านไต๋ของ รานิเอรี ออกว่าแม้เป็นเจ้าของบ้านแม้กระนั้นไม่น่าบุก ย้ำเกมโต้กลับเพือหวังผลจู่โจมแว้งกัดแมนฯยูฯ โดยเหตุนั้นเขาถูกบีบให้จำเป็นต้องบุก ก็อาจจะบุกแบบไม่ผลุนผลัน และหวังจู่โจมขอบเส้น และใช้ลูกตั้งแต่ ลูกครอสให้มีคุณประโยชน์สูงที่สุด

มี เฟลไลนี อยู่แล้วไม่ต้องกลัว

แม้..เลสเตอร์ มีคู่หู องค์การอนามัยโลกธกับ มอร์แกน ที่เล่นลูกในอากาศดี แม้กระนั้นแบกสองข้างของเลสเตอร์ ก็ไม่ได้เล่นลูกในอากาศได้ดีเท่า มั่นใจว่าการจู่โจมของ มูรินโญ ถ้าย้ำพื้นทวีปอากาศ เขาคงจะเลือกเสาสองและเสาแรกเป็นหลัก มากยิ่งกว่าบอมเข้าไปแถวจุดโทษ

ไม่ว่าจะเป็นเตะมุม, ฟรีคิก หรือการเปิดบอลจากด้านข้าง กล่าวคือมันจำเป็นต้องให้่ผ่านหัว องค์การอนามัยโลกธ กับ มอร์แกน โดย อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลอก หรือไม่เช่นนั้นก็วัดกันไปเลย ทั้งอิบรา, เฟลไลนี ซึ่งก็สู้ได้อยู่ครับผม ถ้าแย่งโหม่งกัน

ที่ย้ำตามมาเป็นบอลจังหวะสอง ในกรณีที่ คู่เซนเตอร์เลสเตอร์ ชิงโหม่งได้ บอลหลุดออกมาพื้นที่อันตราย ผู้เล่นแถวสองของผีแดง จำเป็นต้องมีส่วนช่วยเก็บบอล หนุนไปใหม่หรือเซตบอลเพื่อหาจังหวะยิงประตู

หมากของ มูรินโญ คงจะออกมาแบบนี้

บอลด้านข้าง ครอสเข้ามาจะใช้มากและย้ำเซตพีส เนื่องจากว่าดูแล้วเจาะตรงกลางแน่นแน่ เลสเตอร์ รับเต็มพิกัด

ส่วนแฟนผีก็จำเป็นต้องลุ้นเรื่องการจบสกอร์ของพวกเขาว่าจะเด็ดขาดมากมายน้อยขนาดไหน เนื่องจากว่าปัญหาตอนนั้นไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกเหนือไปจากการยิงประตูของพวกเขาที่จำเป็นต้องเฉียบขาดมากยิ่งกว่านี้ ไม่ใช่ทิ้งขว้างโอกาสทองคำ

เคสซิเย่ เผยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝัน แต่ไปสิงห์บลูก็ได้เช่นกัน

ฟรองค์ เคสซิเย่ กองกลางฟอร์มแรงของ อตาลันต้า ยอมรับว่าตัวเองเป็นแฟนตัวยงของ ผี แต่ถ้าเป็น สิงห์บลู ก็พร้อมที่ย้ายเหมือนกัน

 

เคสซิเย่ กําลังทําฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อตาลันต้า โดยตัวเขาลงสนามไปแล้ว 20 นัดทําได้ 6 ประตูและ 1 แอสซิสต์มีส่วนช่วยให้ อตาลันต้า อยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนกัลโช่ เซเรียอาในเวลานี้

 

กองกลางวัย 20 ปีเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่มากมายไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เชลซี,อาร์เซน่อลและปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝันของผม''

 

''แต่เชลซีก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน''

รูนีย์ ปัดไปจีนขออยู่ช่วยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก่อน

เวย์น รูนีย์ กองหน้ากัปตันทีมของ ปีศาจแดง ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าตัวเขากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่แดนมังกร ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

กองหน้า วัย 31 ปีตกเป็นข่าวลืออย่างหนักว่ากําลังจะย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศจีนแถมตัวเขายังไม่ได้รับการการันตีเป็นจริงที่ ปีศาจแดง อีกด้วย

 

แม้เอเยนต์ส่วนตัวของ เวย์น รูนีย์ จะเดินทางไปเจรจาถึงประเทศจีน แต่ทุกอย่างต้องจบลงเพราะเจ้าตัวออกมาปฏิเสธข่าวลือทั้งหมดด้วยตัวเอง

 

''ผมจะอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป ผมดีใจมากที่ได้รับความสนใจจากสโมสรต่างๆ''